กลับมาแล้วจ้า ไดอารี่รายสัปดาห์ หายไปครบ 1 อาทิตย์พอดีเลย จะหายไปไหนได้นอกจากไปบินมาค่ะ เอาหละเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ขี้เกียจร่ายยาววันนี้ ไฟล์แรกที่ไปคือซูริค สวิสแลนด์ค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรไฟล์นี้เป็นไฟล์ที่ได้ยากมากๆ นานๆจะโผล่มาทีในตารางบิน คราวนี้ก็ดีใจมากแต่ก็แอบเซ็งที่มันให้ไปแต่สั้นมากๆ แค่ 24 ชั่วโมงเองอ่ะ ตอนแรกก็แอบมี plan ว่าอยากจะไปเที่ยวลูเซินท์แต่พอไปถึงจริงๆ แผนการณ์ล่มหมดค่ะ เพราะว่าอากาศหนาวมากๆ ฝนตกพร้อมหิมะ แค่คิดก็หนาวแล้วอ่ะ แถมไฟล์นี้สั้นมากๆด้วย หากไปก็ต้องรีบกันขี้แตกแล้วมันจะไปสนุกอะไรใช่ม่ะ เลยตัดสินใจไม่ไปแล้วกัน หากมีวาสนาเราคงได้ไฟล์นี้อีก สาธุของให้ได้ (ขออากาศหนาวน้อยกว่านี้หน่อยก็จะดีมากนะค่ท่าน) วันแรกไปถึงก็ดึกแล้ว ไปไหนไม่ได้นอกจากสนามบิน หาไรกินให้อ้วนเต็มที่แล้วก็กลับมานอนค่ะ
โรงแรม Movenpick คราวนี้ห้องมีการเปลี่ยนแปลงค่ะ ไม่รู้ว่าเค้ามีห้องหลายแบบหรืออย่างไงอ่ะนะ แต่ก็แวะเอารูปห้องที่ได้คราวก่อนโน้นกับห้องที่ได้คราวนี้มาให้ชมกัน เปรียบเทียบความต่างแล้วกันนะ แต่ส่วนตัวชอบแบบเก่ามากกว่า แม้จะไม่มีอะไรเลย แต่ก็เรียบๆดี



ห้องแบบใหม่ที่ได้คราวนี้ มันอย่างไงไม่รู้นะ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่


ส่วนห้องน้ำเหมือนกันค่ะ ไม่ว่าห้องใหม่หรือห้องเก่า


นี่คือห้องแบบที่เคยได้ตอนไปคราวก่อน เราชอบมากกว่า เรียบๆง่ายๆดี
ด้วยความที่คราวนี้ไม่ได้ไปไหน เลยขอเอารูปตอนไปซูริคครั้งแรกมาให้ดูแล้วกันนะค่ะ รูปเซ็ตนี้เป็นรูปในตัวเมืองซูริคเมื่อตอนปลายปี 2005 ค่ะ




หนึ่งในสัษลักษณ์ของสวิสแลนด์เค้าหละ

ตอนนั้นยังผอมอยู่เลย ตอนนี้อ้วนขึ้นมาหลายโลแล้ว
กลับจากซูริคตอนเช้า ตกดึกคืนนั้นก็ไปต่อกันที่โอซาก้าค่ะ ไฟล์นี้จริงๆไม่มีในตารางบินเดือนนี้ แต่พอดีมีลูกเรือผินคนนึงไม่อยากบินโอซาก้าเพราะมันเป็นไฟล์ที่ยาวสุดๆ ขาไป 9 ชั่วโมงกว่าๆ ขากลับอีก 12 ชั่วโมง ไม่มีการได้นอนหลับพักผ่อนเลย ลูกเรือเลยไม่ค่อยชอบบินเท่าไหร่ พอดีว่าช่วงจังหวะไฟล์เค้ากับไฟล์ Manchester ของเรามันแลกกันได้พอดี เลยจัดการแลกเอาโอซาก้ามา อันที่จริงที่ไหนเราก็บินไม่เคยเลือก ไม่เคยแลก ไม่เคยเปลี่ยน (นอกจากไฟล์ไปกรุงเทพ อันนี้พยายามสุดๆ) งานนี้ไปโอซาก้าย่อมดีกว่าไปอังกฤษแน่ๆ เพราะ MAN ช่างไม่มีอะไรให้ทำเลย แต่มันก็มีข้อดีที่ได้เก็บตังค์ เพราะการไปโอซาก้าแต่ละครั้งบาดเจ็บไม่ใช่น้อย เงินมันไหลออกเร็วมากๆ คราวนี้ก็เช่นกันค่ะ จะเหลือเหรอค่ะ
ก่อนไปดูรูป ขอบ่นอะไรสักหน่อย เนื่องจากสายการบินดิฉันมันมีหลายชาติหลายภาษามากๆ ชื่อแต่ละคนก็เรียกยากแตกต่างกันไป บางชาติก็ไม่ยาก บางชาติก็งงๆ กับชื่อมันเหมือนกัน ส่วนคนไทยเป็นชื่อที่ต่างชาติส่วนใหญ่คิดว่ายากพอควร จึงทำให้เรียกผิดๆถูกๆเสมอ คนไทยจึงมักชอบมีชื่อให้เรียกเป็นสากลนิดนึง เพราะชื่อเล่นคนไทยบางคนก็ยังยากไปสำหรับต่างชาติยอยู่ดี บางคนเลยตั้งชื่อตัวเองขึ้นมาซะใหม่เป็น english version เช่นชื่อเล่นภาษาไทยว่า"ปลา" แต่เวลาแนะนำตัวในห้อง briefing น้องเค้าจะบอกว่าชื่อ "Nimo" (น้องมันคิดได้ไงว่ะ ปลาก็คือนีโม) ส่วนเราเองชื่อเล่นจริงๆมันไม่ยากเกินไปสำหรับต่างชาติเลย เพราะเรามักชอบให้คนอื่นเรียกเราว่า โจ (Joe) เรื่องมันมีอยู่ว่าไฟล์ไปโอซาก้าครั้งนี้ เราก็เหมือนเดิมตอนแนะนำตัวเราจะบอกว่าชื่อ วรรณวิสา จากไทยแลนด์นะ แต่กรุณาเรียกฉันว่า โจ โอเคทุกอย่างก็ไม่มีอะไร แต่ตอนขึ้นไปบิน หัวหน้าใหญ่ไฟล์นั้นเป็นผินสาวตัวเล็กใจดี ขณะที่ทำงานกันอยู่ดีๆ มีคนตะโกนเรียก "วัน" ในเคบิน ตอนแรกเราก็ไม่หันเพราะเราไม่ได้ชื่อ วัน สำหรับคนอื่นอย่างไงไม่รู้แต่เราไม่ชอบเอามากๆเวลาคนเรียกเราว่า วัน หากจะเรียกชื่อไทยเรา เราไม่เคยว่าแต่กรุณาเรียกเราให้ถูกต้องด้วย กรุณาเรียกว่า wanwisa ไม่ใช่ wan wan พอกลับเข้ามาในครัว เราก็เลยเดินไปบอกกับหัวหน้าใหญ่ต่อหน้าลูกเรือคนอื่นอีกหลายคนว่า กรุณาอย่าเรียกเราว่า วัน ฉันบอกในห้อง brief แล้วว่าให้เรียกฉันว่า โจ หรือหากจะเรียกชื่อเต็มก็กรุณาเรียกชื่อเราเต็มๆด้วย เท่านั้นแหละ คุณพี่แกไม่พอใจเรามาก ถึงกับออกอาการจิกเราแบบเห็นได้ชัด ลูกเรือคนอื่นก็งงเหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆ เจ๊แกก็จิกกัดเราขึ้นมาเพราะเรื่องแค่นี้เอง ซึ่งอันที่จริงหัวหน้าคนนี้เป็นคนดี และ ขยันทำงานมากๆ
พอตอนหลัง พี่แกก็ถามเราขึ้นมาต่อหน้าลูกเรือคนอื่นเหมือนกันว่า คำว่า วัน ในภาษาไทยมีความหมายอะไรเหรอ ทำไมเค้าถึงเรียกเราว่า วัน ไม่ได้ เราบอกว่ามันไม่มีความหมายอะไรที่ไม่ดีทั้งนั้น แค่เราชอบให้เรียกเราให้ถูกต้องเท่านั้น เราไม่ควรเรียกชื่อคนอื่นแบบไปตัดทอนให้มันสั้นลงไป เราถึงมักบอกให้ลูกเรือเรียกเราว่า โจ ไง มันสั้นและสากลมาก พี่แกเลยแบบไม่เข้าใจว่าแค่เรียก วัน ทำไมเราต้องโกรธ เราบอกว่าเราไม่ได้โกรธแต่เราไม่ชอบ แล้วก็ขอโทษที่พูดออกไปตรงๆ เพราะเราไม่อยากพูดลับหลังยูก็เท่านั้น ก็เป็นอันเข้าใจกันแต่ดูพี่แกก็ยังไม่พอใจกับเราอยู่นิดๆ แต่ด้วยเวลาที่เราทำงาน เราทำงานได้ถูกต้องทุกอย่างพี่แกเลยไม่สามารถว่าอะไรเราได้อีกเลย จากนั้นไฟล์ขากลับพี่แกก็ไม่มีอะไรแล้ว พูดคุยกับเราดีเป็นปกติ ที่เล่าเรื่องนี้ก็แค่ไม่เข้าใจว่าการที่เราต้องการให้ใครสักคนเรียกชื่อเราให้ถูกต้อง มันผิดตรงไหน เพราะเจ๊แกบอกว่าหากเรียกชื่อเค้าผิดๆ เค้าก็ไม่แคร์ แต่สำหรับเรา เราแคร์อ่ะ ไม่รู้ว่าตัวเองเรื่องมากไปไหมเหมือนกัน
ช่างเถอะ มาดูรูปเก็บตกนิดๆหน่อยๆจากโอซาก้าครั้งนี้แล้วกัน ... ไปถึงก็เย็นแล้ว นอนเอาแรงแป๊ปนึงก็ลุกออกไปหาไรกินเลยค่ะ

ระหว่างนั่งรออาหารมาก็มีชาร้อนๆกับขนมขบเคี๊ยวนิดหน่อย


บรรยากาศในร้าน มีขวดฝากเต็มไปหมดเลย

อาหารมื้อเย็นวันนั้นของเรามาแล้ว บะหมี่เย็นกับเทมปุระค่ะ อร่อยมากเลย
ระหว่างทางเดินกลับโรงแรมมันมีร้านเกมส์อยู่ใกล้ๆ เห็นหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่เคยเข้าไป วันนี้เลยแวะเข้าไปดูสักหน่อยว่าเป็นไงบ้าง












ตู้ถ่ายสติกเกอร์ อลังการมากๆ ดูไฟส่องซิดวงใหญ่มากๆ
แถวมีให้หลายดวงด้วย แบบนี้เป็นห้องถ่ายสติกเกอร์มากกว่า



ถ่ายกับแบบ professional มากๆค่ะ เสื้อผ้า หน้า ผม เลิศมากๆ

ใต้ตึกตรงข้ามจัดต้นคริสมาศมาให้ถ่ายรูปกันแล้วหละ
อยากบอกว่าเหมือนของปีที่แล้วเลย ปีก่อนมาก็จัดต้นนี้แหละ

อีกวันตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปลุยกันเลย

ปกติจะมี free shutle bus ไปในเมืองแต่วันนั้นรอบ 10 โมงเต็ม
ก็เลยลองนั่งรถไฟไปเองค่ะ ไม่ยากเลยได้ information มาก็ไปกันเลย


เลือกสถานี ดูราคาตั๋ว ยอดเหรียญหรือสอดแบงค์แล้วกดราคา
สถานีปลายทางโลด แค่นี้แหละ ได้ตั๋วมาแล้ว ง่ายม่ะ

บรรยากาศในรถไฟตอนเช้าๆ คนไม่เยอะเท่าไหร่
สะอาดสะอานมากๆ

เดินช้อปจนหิวสุดๆ แล้วสุดท้ายก็ตามหาร้านราเมงที่คุณนาย
โฆษณาจนเจอ อร่อยมากขนาดไหน ขนาดคุณนายต้องชวนชิม

ยืนดูตัวอย่างอาหารเล็กน้อย ขอบอกว่าเลือกไม่ถูกเลยอ่ะ ทำไงดี!!!

สุดท้ายก็สั่งชามนี้มาเพราะอยากกินหมู+น้ำซุปน่ากิน กลัวไม่อิ่ม
สั่งข้าวมาอีก 1 ถ้วนกินแกล้มกับผัก&หน่อไม้ดอง อิ่มอร่อยสมใจ

ช้อปจนมือถือไม่ไหวแล้วจริงๆ หนักมากไม่รู้หนักอะไรเหมือนกัน
ทั้งของเราเอง ของซื้อฝาก และของฝากซื้อของคนอื่น

แต่สุดยอดความปรารถนาของการไปโอซาก้าครั้งนี้คือเจ้านี้เลย
Nintendo DS Lite สีใหม่ล่าสุด กว่าจะได้
ตอนนี้อยากเล่นมากๆ แต่ไม่มีเกมส์จะเล่นเพราะเกมส์หากซื้อที่นั่น
จะเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ต้องอดใจรอกลับกรุงเทพสิ้นเดือนนี้
แล้วทริปนี้ก็ขบจบแค่นี้แล้วกันนะค่ะ เพราะเหนื่อยค่ะ กลับมาเมื่อเช้านอนหลับเป็นตายตื่นมาตอนหัวค่ำคุยกับที่รักนิดหน่อย แล้วอัพได คาดว่าอีกไม่นานก็จะนอนอีกเพราะยังง่วงไม่หายเลยค่ะ หยุดอีก 2 วันแล้วจะพาไปเที่ยวเจนีวา-นิวยอร์คกันนะค่ะ ตอนนี้ไปหละ บ๊ายบายจ้า.....
ปล.แอนสำหรับ tag ที่ส่งมาขอติดไว้ก่อนนะค่ะ
ปล.ให้แม่หายป่วยเร็วๆนะค่ะที่รัก แล้วสิ้นเดือนเราเจอกันจ้า